แนวทางการให้อาหารสดดิบ (BARF) อย่างเหมาะสมสำหรับสุนัขและแมว
เขียนโดย: หมอเป็ด – สัตวแพทย์เจ้าของแบรนด์อาหารสุขภาพ BARFnista
หลักการสำคัญ:
การให้อาหารสดดิบ (BARF) ต้องคำนึงถึง “น้ำหนักตัว, อายุ, ระดับกิจกรรม และเป้าหมายสุขภาพ” ของสัตว์แต่ละตัว เพื่อให้ได้รับสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป
🐶 ปริมาณอาหารบาร์ฟสำหรับลูกสุนัข
ลูกสุนัขในช่วงเจริญเติบโตต้องการพลังงานและสารอาหารสูงกว่าสุนัขโตเต็มวัย
อายุ 1–6 เดือน: ให้ 8–10% ของน้ำหนักตัว/วัน แบ่งเป็น 3–4 มื้อ
อายุ 7–12 เดือน: ให้ 4–8% ของน้ำหนักตัว/วัน แบ่งเป็น 2–3 มื้อ
🔍 ตัวอย่าง: ลูกสุนัขอายุ 4 เดือน น้ำหนัก 5 กก. → 5 × 8% = 400 กรัม/วัน แบ่งให้เช้า กลางวัน เย็น
* ตัวอย่างคำนวณ:
สุนัขโตเต็มวัย หนัก 10 กิโลกรัม ต้องการคุมน้ำหนักเพราะทำหมันแล้ว ก็ให้แค่วันละ 2 % ของนน.ตัว 10 กก. จะเท่ากับ→ 10 × 2% = 200 กรัม/วัน → แบ่งให้เช้า 100 กรัม เย็น 100 กรัม
.
🐾 สุนัขสูงวัย (อายุ 7 ปีขึ้นไป)
ในวัยนี้ระบบเผาผลาญจะช้าลง ควรลดปริมาณอาหารลงเล็กน้อย เพื่อควบคุมน้ำหนักและลดภาระของอวัยวะภายใน
| ปริมาณแนะนำ | 1–2% ของน้ำหนักตัว/วัน |
|---|---|
| สูตรอาหาร | แนะนำสูตร “Booster” ที่เน้นสารต้านอนุมูลอิสระ, วิตามินบี, ไขมันดี และพรีไบโอติก |
🧠 ปี 2025 มีการเน้นเรื่อง โภชนาการต้านการอักเสบในสัตว์สูงวัย มากขึ้น อาหารสดดิบที่มีโอเมก้า-3, สารต้านอนุมูลอิสระ และโปรตีนคุณภาพสูงจะช่วยยืดอายุขัยและชะลอโรคเสื่อม
✅ สูตรอาหาร BARF สุนัขอายุ 1-7 ปี ที่แนะนำ (BARFnista)
BARF Formula:
75% เนื้อสัตว์สด กระดูกบด และอวัยวะภายใน
15% ผักหลากชนิด
5% ผลไม้ตามฤดูกาล
5% วิตามินและแร่ธาตุธรรมชาติ
หมุนเวียนรสชาติทุก 3–5 วัน เพื่อให้ร่างกายสัตว์เลี้ยงได้รับสารอาหารครบถ้วน และลดความเสี่ยงจากการขาดสารอาหารเฉพาะชนิดในระยะยาว
📌 สรุปข้อควรจำ
ปริมาณอาหารควรปรับตาม น้ำหนัก, กิจกรรม, ช่วงวัย, และ เป้าหมายสุขภาพ
สัตว์เลี้ยงแต่ละตัวมีการตอบสนองต่ออาหารต่างกัน ควรเฝ้าสังเกตลักษณะอุจจาระ, น้ำหนัก, พฤติกรรม และปรึกษาสัตวแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
การใช้สูตร BARF ที่ผลิตจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง BARFnista ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องสารอาหารไม่สมดุล
*หากสนใจสั่งซื้ออาหารบาร์ฟของBARFnista กดที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยครับ
วิธีคำนวณการให้อาหารปรุงสุกสำหรับสุนัขทุกช่วงวัย
เขียนโดย: หมอเป็ด – สัตวแพทย์เจ้าของแบรนด์อาหารสุขภาพ BARFnista
การให้อาหารปรุงสุก (Home-cooked Food) แก่สุนัข เป็นทางเลือกยอดนิยมในกลุ่มผู้เลี้ยงที่ใส่ใจสุขภาพน้องหมาและต้องการหลีกเลี่ยงสารปรุงแต่งจากอาหารสำเร็จรูป
แต่หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ “จะรู้ได้ยังไงว่าให้อาหารในปริมาณที่พอดี?” วันนี้หมอจะมาแนะนำวิธีคำนวณที่เข้าใจง่าย และใช้ได้จริงกับทุกบ้านครับ
ทางเลือกง่ายๆ: คำนวณตามเปอร์เซ็นต์น้ำหนักตัว
วิธีคำนวณสำหรับ “ลูกสุนัขวัยเด็กกำลังเจริญเติบโต”
สุนัขในวัยขวบแรกต้องการพลังงานสูงกว่าสุนัขโต เพราะกำลังเจริญเติบโต สร้างกล้ามเนื้อ กระดูก และภูมิคุ้มกัน
| ช่วงอายุ | ปริมาณอาหาร | ความถี่ |
|---|---|---|
| 2–6 เดือน | 8–10% ของน้ำหนักตัว | แบ่งเป็น 3–4 มื้อ/วัน |
| 7–12 เดือน | 4–7% ของน้ำหนักตัว | แบ่งเป็น 2–3 มื้อ/วัน |
การให้อาหารมากขึ้นในวัยนี้สำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างและระบบต่างๆ ของร่างกาย
สำหรับสุนัขโต (1–7 ปี)
ให้ 2–3% ของน้ำหนักตัว/วัน สำหรับสุนัขพันธ์ใหญ่ และ 3-4 % สำหรับ สุนัขพันธ์เล็กหรือพันธ์กลาง
เช่น สุนัขพันธ์บีเกิ้ลหนัก 10 กก. → ให้ 300–400 กรัม/วัน แบ่ง 2 มื้อ มื้อละ 150–200กรัม
สำหรับสุนัขสูงวัย (7 ปี ขึ้นไป )
ให้ 1–2% ของน้ำหนักตัว/วัน สำหรับสุนัขพันธ์ใหญ่ และ 2-3 % สำหรับ สุนัขพันธ์เล็กหรือพันธ์กลาง
เช่น สุนัขพันธ์โกลเด้นหนัก 30 กก. → ให้ 300–600 กรัม/วัน แบ่ง 2 มื้อ มื้อละ 150–300 กรัม
****สำหรับสุนัขหมาแก่ที่สุขภาพแข็งแรง ยังสามารถให้ได้สูงสุด คือ 3-4 % แต่ต้องดูปัจจัยโดยรวมให้รอบคอบ ควรปรึกษาคุณหมอประจำเคสในเรื่องของปริมาณอาหารอยู่เสมอ****
วิธีเก็บอาหารปรุงสุกให้สดใหม่
หากทำอาหารเป็นชุดไว้ล่วงหน้า แนะนำให้ ตักแบ่งใส่กล่องหรือถุงซิปล็อก ตามปริมาณในแต่ละวันหรือแต่ละมื้อ
เก็บในช่องฟรีซ: อยู่ได้นาน 7–14 วัน
หากต้องการเก็บนานกว่านี้ (30–45 วัน) → ยังเก็บได้แต่ “ความหอมและรสชาติจะค่อยๆ ลดลง”
หมอแนะนำใช้กล่องสุญญากาศ จะช่วยให้คงคุณภาพอาหารได้นานขึ้น
วิตามินและแร่ธาตุ: สิ่งที่ “จำเป็นต้องเสริม” กับอาหารปรุงสุก
อาหารปรุงสุกมีข้อดีหลายอย่าง เช่น ย่อยง่าย ปลอดภัย สะอาด
แต่ข้อจำกัดคือ อาจขาดแร่ธาตุสำคัญบางชนิด โดยเฉพาะ แคลเซียม
หมอแนะนำเสริม:
Cal-Mag ของ Pets Select – มีแคลเซียมชนิดคีเลท (Chelated) ดูดซึมดีเยี่ยม
เสริมด้วย Omega-3, วิตามิน B-complex, และแร่ธาตุอื่นๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบ
ไม่จำเป็นต้องใช้ยี่ห้อนี้เท่านั้น ขอให้เลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ และเหมาะสมกับงบของผู้เลี้ยง
จำไว้ว่าทุกครั้งที่ทำอาหารปรุงสุกต้องใส่ “แคลเซียม” เสมอ เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะดึงแคลเซียมจากกระดูกของตัวเองมาใช้
หมอสรุปแบบเข้าใจง่าย:
| สิ่งที่ต้องรู้ | คำอธิบาย |
|---|---|
| สุนัขโต | ให้ 2–3% ของน้ำหนักตัว/วัน หรือดูตามตารางชาม |
| ลูกสุนัข | ให้ 4–10% ของน้ำหนักตัว/วัน แบ่ง 2–4 มื้อ |
| จัดเก็บอาหาร | แบ่งชาม ล็อกความสดในกล่องหรือถุงสุญญากาศ |
| เสริมวิตามิน | เสริมแคลเซียม + ไขมันดี เช่น Omega-3 |
| ความยืดหยุ่น | ปรับตามนิสัยกินและกิจกรรม (หากไม่แน่ใจ ปรึกษาหมอได้เลยครับ!) |
สุดท้ายจากหมอเป็ด:
อาหารปรุงสุกเป็นการ “เลี้ยงแบบมีใจ”
และถ้าคุณให้ด้วยวิธีที่ถูกต้อง น้องหมาของคุณจะได้รับโภชนาการที่เหมาะสม
มีสุขภาพดีทั้งระบบย่อย ขน ผิวหนัง ภูมิคุ้มกัน และจิตใจที่เบิกบาน
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเรื่องเมนู วัตถุดิบ หรือการวางแผนเมนูรายเดือน
ทักมาได้ที่ Line@ : @barfnista
หมอยินดีช่วยดูแลครับ 
